Author Topic: รีวิว Trolls World Tour 2020  (Read 257 times)

admin

  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • Posts: 8
    • View Profile
รีวิว Trolls World Tour 2020
« on: September 12, 2020, 10:46:40 PM »



หากว่าในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นจะจับ Trolls World Tour ลงจัดจำหน่ายผ่านทาง Premium VOD แทนการฉายในโรงครับ แต่ในตลาดเมืองนอกนั้น หนังก็ยังได้เข้าโรงฉายตามเดิมอยู่ ซึ่งโน่นก็จำต้องขอบอกเลยว่านับเป็นโชคดีของพวกเราแล้วล่ะครับผม ที่ได้ได้โอกาสได้มองอนิเมชั่นสีสันงามแจ่มใสกับงานเพลงสุดยอดเยี่ยมจี๊ดต้องใจกันในโรงภาพยนต์แบบก้องกังวานๆ

ซึ่ง Trolls World Tour ภาคนี้นั้นจะเล่าย้อนตำนานของโทรลส์ เกี่ยวกับแหล่งกำเนิดที่เสียงเพลงเมื่อพระผู้เป็นเจ้ามอบสายเสียงที่อย่างกับสายพิณเอาไว้ให้ทั้งยัง 6 เส้นเป็นสายแทนแนวดนตรีแต่ละแนว ทั้งยัง Classic, Rock, Pop, Techno, Country แล้วก็ Funk จนถึงวันหนึ่งมีเหตุทำให้โทรลส์แต่ละเผ่าเอาสายเสียงแนวดนตรีของตนเองไปเก็บหลบซ่อนกันเอาไว้ครับผม โดยที่ไม่มีผู้ใดทราบดีว่าอันที่จริงแล้วคนไหนเป็นต้นเหตุที่ทำให้เหล่าโทรลส์แต่ละเผ่าต่างแบ่งกันออกไป แตกสามัคคีความกลมเกลียวแล้วก็มุ่งแต่ว่าจะรักษาเส้นเสียงแล้วก็แนวเพลงของตนเอาไว้ให้เหมาะสมที่สุดกัน

รวมทั้งนั่นแหละนะครับ เป็นที่มาที่ไปให้ผู้แสดงใหม่ในภาคนี้อย่างบาร์บ โทรลส์เผ่าร Rock เดินหน้ารุกรานโทรลส์เผ่าอื่นๆโดยหวังที่จะเอาเพลงแนวร็อคของตนเป็นที่ตั้ง และก็ทำให้เป็นจุดผสานให้โทรลส์แปลงเป็นหนึ่งเดียวกันอีกรอบ และก็ด้วยเหตุผลนี้แหละขอรับ ที่ทำให้ผมจะต้องเขียนถึงบาร์บก่อนจะเอ่ยถึงผู้แสดงพระนางอย่าง เพียงพอปปี แล้วก็ กางรนซ์ เพราะเหตุว่าตัวหนังในภาคนี้นั้นถูกขับเคลื่อนด้วยตัวร้ายอย่างบาร์บเป็นหลักนะครับ รวมทั้งหนังยังมีผลให้พวกเราได้มองเห็นอีกว่า เพียงพอปปี เองก็ราวกับเป็นอีกด้านของ บาร์บ ในด้านของการเอาความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมาเป็นข้อแก้ตัวสำหรับเพื่อการดูแลคนอื่นๆ ไม่ถูกเพียงว่า เพียงพอปปี นั้นหวังว่าทุกคนจะเปลี่ยนเป็นสหายกัน แม้ว่าโทรลส์ทุกคนถูกใจอะไรที่มันเช่นกัน ใช่นะครับ ที่ตรงนี้เองที่แสดงให้พวกเราได้มองเห็นเลยว่า พอเพียงปปี เองก็ไม่ต่างไปจาก บอร์บ เพียงคุณยังไม่รู้ตัวหรือยังไม่รับเพียงเท่านั้นเองขอรับ ว่าตนเองไม่มีความแตกต่างไปจาก บอร์บ

ก็อาจจะไม่ต้องชี้แจงอะไรกันล้นหลามครับผม Trolls World Tour นั้นแทบมีสารทางการเมืองอย่างแจ่มแจ้งอย่างมาก และก็การที่มันมาในลักษณะของแอนิเมชั่นก็ทำให้มันสามารถติดต่อกับเด็กได้เข้าใจง่ายเยอะขึ้นเรื่อยๆนะครับ โดยหนังจะสื่อว่าเขาเหล่านั้นไม่มีความจำเป็นจึงควรเช่นกันไปหมดขอรับ แล้วก็ยิ่งเอาดนตรีมาแทนเรื่องสีผิว, ศาสนา หรือความศรัทธา แล้วด้วย ก็ยิ่งเด่นชัดขึ้นไปอีกครับผม โดยหลักฐานสำคัญเว้นแต่คำกล่าวของ บาร์บ ที่เกลียดชังแนวดนตรีของ พอเพียงปปี ว่าไม่มีสาระ รวมทั้งมีดีเพียงแค่ท่อนฮุกติดประสาทหูเท่านั้น โดยแม้กระทั้งตัว พอเพียงปปี เองก็ยังเพียรพยายามจะท้าความเลื่อมใสของชาว คันทรี ด้วยครับ ว่ามีแต่ว่าเพลงเศร้าหมองแล้วก็ทุกข์ใจ จนถึงคุณร้อง Who let the dogs out ออกมา จนกระทั่งมันเปลี่ยนเป็นข้อแตกคอใหญ่มโหฬารไป

แล้วก็เมื่อพวกเราเอาพล็อตของหนังโทรลส์อีกทั้ง 2 ภาคมาเทียบเคียงกันแล้ว พวกเราก็จะเจอกับความสัมพันธ์กันในความแตกต่างของภารกิจของ พอเพียงปปี แล้วก็ บาร์บ ทั้งคู่ครั้งขอรับ ถ้าเกิดคราวที่แล้วพวกเขาจำเป็นต้องช่วยโทรลส์จากอสูรกายด้ามจับพวกเขามาเป็นของกิน โอกาสนี้ก็แปลงเป็นการคุ้มครองแนวดนตรีของตนกัน ก่อนที่จะถูกกลืมรับประทานจนกระทั่งอัตลักษณ์ของดนตรีตนเองไม่เหลือ แล้วก็สมองผมก็ดันดื้อรั้นไปนึกถึงเรื่องราวความไม่ถูกกันทางเชื้อชาติและก็สีผิวที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆนี้แบบอัตโนมัติไปเลยจ้าขอรับ

ซึ่งโน่นก็ให้โอกาสทำให้พวกเราได้ทราบจะกับแนวดนตรีต่างๆผ่านการเดินทางของพวกเขาที่ยิ่งเวลาในหนังผ่านไป ก็ยิ่งมองเห็นการยืมแล้วก็เปลี่ยนแปลงกันในหนัง ทั้งยัง Pop รวมทั้ง Rock ที่ต่างก็มีท่อนฮุกที่โดนๆไม่ได้แตกต่างกัน ไหมว่าจะเป็น Funk Hiphop หรือ K-pop ต่างก็มีแขนขาที่เป็นทำนองรวมทั้งจังหวะเป็นของตนเองกัน จนถึงเป็นต้นเหตุของตอนสุดท้ายสุดชอบใจ ซึ่งนี้เองจะต้องขอบอกไว้ก่อนครับผม ว่ามันสามารถถ่ายทอดเรื่องยากๆอย่างอัตลักษณ์ของดนตรีแต่ละชนิดเจริญแล้วก็เหมาะสมกับเด็กมากมายจริงๆขอรับ และก็มันยังซ่อนเร้นไปด้วยข้อคิดเตือนใจของการยินยอมรับในความต่างของเพื่อนร่วมโลกให้เยาวชน กระทั่งพวกเรากล้าคาดหมายได้เลยจ๊ะนะครับว่าหนังหัวข้อนี้นั้นจะอบรมบ่มนิสัยให้พวกเขาดูค่าของผู้คนกันใหม่ ว่ามนุษย์ทุกคนนั้นเสมอภาค

ส่วนข้อบกพร่องของหนังประเด็นนี้เลยก็คือ หนังนั้นยังมีจุดบกพร่องอยู่บ้างในเรื่องของความสดใหม่แล้วก็มุกขำขัน ที่บางโอกาสก็ไม่ตรงเป้าหรือคนบรรยายยังเล่นไม่ลงตัวก็ไม่ทราบนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมุกเคอะเขินๆของ เจมส์ คอร์เดน ที่บรรยายเป็น บิ๊กกี้ ที่เจ้าตัวดูเหมือนถนัดมุกกาวๆมากมาย แต่พอเพียงเพลงดังๆติดหูมาทีไรไม่ว่าจะเป็น Rock You Like A Hurricane, One More Time หรือจะเป็นเพลง K-pop อย่าง Russian Roulette ของ Red Velvet ดังขึ้นมาทีไร ก็อดที่จะโยกตัวตามไปมิได้เลยจริงๆขอรับ กระทั่งมันแปลงเป็นโปรแกรมที่ทำให้พวกเรานั้นยิ้มกว้างที่สุดข้างหลังโรงภาพยนต์เปิดกันเลย

ซึ่งผู้ใดกันที่ชื่นชอบเกี่ยวกับการฟังเพลงแล้วก็ดนตรีกันอยู่แล้วครับผม ผมเสนอแนะว่าให้ไปดูให้ได้เลยครับผม สำหรับผมแล้วนั้น ยอมรับเลยขอรับว่าที่ไปดูก็เนื่องจากว่ามองเห็นเพลงในแบบอย่างล้วนๆเลยครับผม และไม่ผิดหวังอย่างยิ่งจริงๆกับเรื่องเพลง ฮ่าๆโดยรวมแล้วมันก็เป็นหนังที่ดีนะนะครับ มองสนุกสนานเพลิดเพลินๆเหมาะสมกับผู้ที่ถูกใจฟังเพลง ถึงบางเพลงนั้นจะออกมาเพียงแค่สั้นๆแม้กระนั้นมันก็เพราะเหตุว่าจับจิตจับใจมากมายจริงๆขอรับ ในส่วนของหนังประเด็นนี้นั้นผมก็เห็นว่าสำหรับคนแก่อย่างพวกเรา หนังมันมองง่ายไปหมดครับ มองจบง่ายดีไปหน่อย แต่ว่าผมก็เห็นว่าจุดแข็งของหนังมันเป็นเพลงไพเราะๆกับมุกขำขันมากยิ่งกว่า ผมเลยมิได้ซีเรียสอะไรมากมาย รวมๆและจากนั้นก็เป็นหนังที่ผมถูกใจครับ ซึ่งผู้ที่ไปดูมาแล้วบางครั้งอาจจะมิได้คิดแบบผมก็ได้ครับ ในเรื่องเกี่ยวกับการเสียดสีสังคม

แหล่งที่มา
https://www.jeenov.com/2020/09/12/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-trolls-world-tour-2020/